ทรัมป์วีโต้กฎหมายกลาโหมแห่งชาติ

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ใช้สิทธิคัดค้านกฎหมายอำนาจกลาโหมแห่งชาติ แม้สภาคองเกรสรับรองด้วยเสียงข้างมากอย่างท่วมท้น เมื่อเดือนที่แล้ว ด้วยเหตุผลว่ายังมีเนื้อหาหลายส่วน “ขัดต่อรัฐธรรมนูญ”

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 23 ธ.ค. ว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ใช้อำนาจวีโต้ในฐานะผู้นำสหรัฐ ปฏิเสธลงนามรับรองกฎหมายอำนาจกลาโหมแห่งชาติ ( เอ็นดีเอเอ ) มูลค่า 740,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 22.36 ล้านล้านบาท ) สำหรับปีงบประมาณ 2564/2565
 
แม้เนื้อหาสำคัญของกฎหมายรวมถึง การจัดซื้อยุทโธปกรณ์ใหม่ให้กับทุกเหล่าทัพ และการขึ้นเพดานค่าตอบแทนอีก 3% สำหรับเจ้าหน้าที่ทั้งทหารและพลเรือนในสังกัดกระทรวงกลาโหม อย่างไรก็ตาม ผู้นำสหรัฐวิจารณ์ว่า กฎหมายดังกล่าวจำกัดจำนวนการลดกำลังพลในอิรักและอัฟกานิสถาน “มากเกินไป” การเปิดโอกาสให้มีการเปลี่ยนชื่อฐานทัพ ที่มีชื่อเดียวกับนายพลฝ่ายใต้สมัยสงครามกลางเมือง และการปฏิเสธปฏิรูปมาตรา 230 ของกฎหมายความโปร่งใสด้านการสื่อสาร ซึ่งทรัมป์กล่าวว่า จะยังคงเป็นการปล่อยให้ผู้ประกอบการเครือข่ายสังคมออนไลน์ “ครอบงำ” และมีอิทธิพลเชิงนโยบายต่อไป
 
นอกจากนี้ ผู้นำสหรัฐยังกล่าวว่า เนื้อหาอีกหลายส่วนในกฎหมายที่มีความยาวประมาณ 4,500 หน้า ยังจะส่งผลกระทบต่อการเคลื่อนย้ายกำลังพลและยุทโธปกรณ์ ตลอดจนการตัดสินใจด้านนโยบายความมั่นคงของผู้บังคับบัญชา ซึ่งจะส่งผลต่อเสถียรภาพด้านความมั่นคงของประเทศ
 
ทั้งนี้ สภาผู้แทนราษฎรผ่านกฎหมายนี้ด้วยเสียงสนับสนุนข้างมาก 335 ต่อ 78 เสียง เมื่อเดือนที่แล้ว ตามด้วย 84 ต่อ 13 เสียงของวุฒิสภา เมื่อเดือนที่แล้ว โดยสมาชิกสายอนุรักษนิยมของพรรครีพับลิกันในสภาสูงไม่คัดค้านแม้แต่คนเดียว
 
ด้านแกนนำพรรครีพับลิกันยังไม่มีท่าทีมากนักต่อากรวีโต้ของทรัมป์ ซึ่งเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่มีการบัญญัติกฎหมาย เมื่อปี 2504 ที่ประธานาธิบดีใช้อำนาจวีโต้ แต่ทั้งสองสภามีกำหนดกลับมาประชุมอีกครั้งในสัปดาห์หน้า หลังผ่านพ้นเทศกาลคริสต์มาส โดยแต่ละสภาต้องลงมติด้วยเสียงมากกว่า 2 ใน 3 เพื่อวีโต้อำนาจของประธานาธิบดีอีกครั้ง แล้วให้กฎหมายมีผลบังคับใช้